ประเภทของไม้เทนนิส
ศึกษาจาก tenniswarehouse และ เวบบอร์ดต่างๆ ไม้จะมีอยู่ 4 ประเภท
1.Power เป็นไม้ที่ตีง่าย น้ำหนักเบา (8-9.5 ounces) หน้ากว้าง (107-135 ) สมดุลไม้จะเป็นพวกไม้หัวหนัก ไม้ประเภทนี้ดูง่ายเพราะเฟรมจะใหญ่ๆหนาๆ เคาะเฟรมแล้วมันจะโปร่งๆ ตีง่ายเพราะไม่จำเป็นต้องตีให้ครบวงสวิง คือแค่เคาะๆลูก ลูกก็พุ่งไปแล้ว เหมาะกับคนที่เพิ่งฝึกเล่นเทนนิส และคนที่ไม่มีแรงตี ข้อเสียด้วยความที่ตีเคาะแล้วลูกก็พุ่งไปแล้ว ทำให้การควบคุมลูกทำได้ไม่ดี และที่สำคัญเป็นไม้ power เค้าว่าเสี่ยงต่อการเกิดอาการ Tennis Elbow
ในรูปเป็น Aerogel 900 ของ Dunlop ตอนเด็กๆผมใช้ Power Series ของ Dunlop ตีง่ายแต่ไม้สะเทือนมากๆ ตีไปตีมาก็เปลี่ยนมาใช้ Wilson Ultra FPK ของพี่ชายแทน
2.Tweener เป็นกึ่ง power และ control เหมาะกับคนทั่วไป เป็นไม้กลางๆไม่หนักไม่เบา สมดุลย์ไม้ก็จะประมาณ กลางๆไม่ค่อนไปทางใด ไม้ Tweener น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าไม้ Power สำหรับคนที่หัดเล่นเทนนิสแบบตั้งใจจริง เพราะถ้าคุณตีเต็มวงเมื่อไหร่ ไม้พวก power จะไม่เหมาะสมทันทีเพราะจะตีออกและไม้สะเทือนแขน
ผมยังไม่เคยใช้ไม้ประเภทนี้ แต่คิดว่าพออายุเยอะๆ ควรเปลี่ยนมาใช้ไม้ประเภทนี้ ที่ นิยมในบ้านเราก็ Pure Drive ของ Babolat
3. Control ตามชื่อ ไม้มีน้ำหนัก หัวไม้เบา หน้าแคบ (90-100) เป็นไม้ที่ power ต่ำ เวลาตีใช้แรงได้ตามสบาย ใส่เยอะลูกวิ่งเยอะแต่ลอยไปไหนไม่รู้นะ ใส่เบาลูกก็เบา เป็นไม้ที่เหมาะกับคนที่ตีเทนนิสเป็นแล้ว พวกแข่งขันในเวทีโลกก็ใช้ไม้ประเภทนี้แต่การโมดิฟายเพิ่มน้ำหนักแต่งสมดุลย์กัน
ในรูปเป็น K Six One Tour 90 …. Fed X ใช้ไม้หน้าตาแบบนี้ แต่ไม่รู้ใช้รุ่นไหนมา paint ให้ได้ลายแบบไม้ใหม่ (การตลาดล้วนๆ) ไม้ปัจจุบันของผมก็เป็น Yonex RDX500 กับ Ps Tour 100
4.ไม้เด็ก …. หรือ ไม้ จู๋ เนี่ย เป็นไม้สำหรับเด็กข้ามเลยล่ะกัน
…………………….
บางบริษัทเช่น Head จะมี Swing Style Index บอกไว้ (ในรูป)
เพื่อบอกว่าไม้รุ่นนี้เหมาะกับการสวิงแบบไหน ตีเต็มวงตีครึ่งวงตีเคาะๆ หลายคนคิดว่ากีฬาเทนนิสต้องใช้แรงแขนเยอะ นั่นผิดล่ะ การตีเทนนิสแรงส่วนใหญ่มาจากการหมุนหรือการบิดตัวของร่างกาย ตั้งแต่ช่วงขายันเอวช่วงไหล่และแขน คล้ายๆกับการตีกอล์ฟนั่นล่ะ - บทความนี้เขียนไว้สองอาทิตย์ล่ะเพิ่งเสร็จ เหลือวิธีเลือกไม้ เขียนไว้ 30.8569 % ล่ะ




