The PilenZ

Pilenz² – ดินแดนพิศดาร

แฟนฉัน Memory Gift Pack

without comments

ที่มาที่ไป


เรื่อง ของเรื่องเริ่มจากสมาชิกเวบประกอบด้วย pretender, joob, pilenz, coyote และผม (mikroski) ชอบหนังเรื่องแฟนฉันมาก ในฐานะที่พวกเราเป็นคนสะสมดีวีดีอยู่แล้ว ก็เลยมีความคิดอยากทำ DVD Limited Edition ของหนังเรื่องนี้ออกมาให้เป็นครั้งแรกของเมืองไทย พอคิดแล้วทำอย่างไรกันต่อล่ะ ทุกคนไม่มีใครอยู่ในวงการซักคน ไม่รู้จักใครเลย

พวกเราเริ่มต้นจากนั่งสุมหัวกันคิดว่าจะเอาอะไรใส่ ไว้ใน Limited Edition ชุดนี้กันบ้าง เริ่มจากแพ็คเกจก่อน มีเสนอว่าน่าจะเป็นกล่องกระดาษรูปลิ้นชักบ้าง, กล่องเหล็กใส่ข้าวแบบสมัยก่อนบ้าง, กล่องดินสอบ้าง, กระเป๋านักเรียน ฯลฯ พวกเราเริ่มเช็คราคาต้นทุนของค่าแพ็คเกจแต่ละอย่าง กล่องเหล็กใส่ข้าวกับกล่องดินสอโดนตัดทิ้งไปก่อนเพื่อน เพราะค่าทำ mold อย่างเดียวไม่รวมค่าปั๊มก็แพงเกินสองแสนแล้ว เราจะทำแค่พันชุดไม่รอดแน่แน่ กล่องลิ้นชักกระดาษก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นกล่องหนาและพิมพ์จำนวนน้อยต้นทุนแพงมาก

ไม่มีบาจาก็ไม่มีชุดนี้


เรา ก็เลยหันมาหากระเป๋าเป็นทางเลือกสุดท้าย จริงๆแล้วคอนเซ็ปกระเป๋านักเรียน พวกเราชอบมากแต่ไม่คิดว่าจะมีที่ไหนยอมทำให้ เพราะตอนแรกเดินถามทุกร้านแถวบางลำพู ไม่มีใครรับทำ สุดท้ายผมขับรถดุ่ยๆไปโรงงานบาจาขอเข้าพบฝ่ายขาย พอเจอกันผมก็บอกเขาว่าอยากทำกระเป๋านักเรียนย่อส่วนเอาไว้เป็นของที่ระลึก หนังเรื่องแฟนฉัน ทางบาจาก็ออกอาการงงงง แต่ทนแรงอ้อนวอนไม่ได้ เลยรับปากว่าจะทำกระเป๋าต้นแบบมาเป็นตัวอย่างสี่แบบ

หลังจากนั้นบาจา ใช้เวลาสองอาทิตย์ทำกระเป๋าตัวอย่างให้เรามาสี่แบบที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อที่จะให้เราเลือก ปัญหาใหญ่ที่ตามมาก็คือ แล้วเราจะไปคุยกับหับฯกันอย่างไร ไม่มีใครรู้จักซักคน โชคดีที่ได้คุณหนุ่ย (ดูดิสก์) มาช่วยประสานงานให้เพราะคุณหนุ่ยแกสนิทกับ coyote ตั้งแต่เล่นเวบพันทิบ คุณหนุ่ยช่วยนัดหมายให้พวกเราไปคุยกับทางหับฯ เราได้พบผู้กำกับทุกคนรวมทั้งผู้อำนวยการสร้างด้วย พอเจอหน้ากันเราก็แจ้งวัตถุประสงค์ว่า พวกเราชอบหนังเรื่องแฟนฉันมาก อยากขอทำ DVD Limited Edition หนังเรื่องนี้ให้เป็นครั้งแรกของบ้านเรา พร้อมกับให้ดูกระเป๋าต้นแบบของบาจา

พอทีมงานเห็นกระเป๋าก็ชอบใจ จากนั้นก็ได้คุยกันในรายละเอียดในส่วนของที่จะอยู่ในชุดนี้ว่าควรมีอะไรบ้าง ทางพวกเราแจ้งกับทางหับฯว่า พวกเราทำเพราะชอบหนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำเพื่อหวังกำไรและสิ่งตอบแทน ซึ่งทางหับฯเห็นด้วยและตกลงกันว่ากำไรทั้งหมดจะนำไปทำบุญร่วมกัน

ถ้า วันที่ผมไปคุยกับบาจา เขาตอบปฏิเสธ เรื่องมันก็คงจบแค่นั้น คงไม่มีกระเป๋าชุดนี้ออกมา ตรงนี้ต้องขอขอบคุณบริษัทบาจาจริงๆ ที่ยอมบ้าไปกับพวกเราด้วย

อุปสรรคของ DVD Limited Edition ชิ้นแรกของไทย


ฟัง ดูแล้วเหมือนง่าย แต่หลังจากวันนั้นมาหนึ่งสัปดาห์ เราก็ได้รับข่าวร้ายว่า ทางบริษัทที่ได้ลิขสิทธิ์ดีวีดีไปเขาก็จะทำกระเป๋าออกมาเหมือนกันแต่เป็น กระเป๋ากระดาษ ทางเราขอให้หับฯช่วยเจรจาว่าเราขอซื้อดีวีดีมาหนึ่งพันชุดเพื่อที่จะมาใส่ใน Limited Edition ของเรา ทางโน้นเขาก็ไม่ยอม ทำให้เราต้องกลับมาคุยกับหับฯใหม่ว่าจะเลิกทำไหม ทางหับฯเห็นว่าน่าจะลุยกันต่อ ดังนั้นแฟนฉัน DVD Limited Edition เมื่อไม่มีดีวีดี ก็เลยได้ชื่อใหม่เป็น Memory Gift Pack

ข่าวร้าย ที่ตามมาก็คือทางบริษัทที่ได้รับลิขสิทธิ์ไป ไม่อนุญาตให้เรานำภาพเคลื่อนไหวหรือเพลงมาใช้โดยเด็ดขาด ทำให้แผนที่เราจะเอาเบื้องหลังการถ่ายทำที่ไม่ได้อยู่ในดีวีดี เอามาเพิ่มเติมก็หมดโอกาสไปในทันที มาถึงจุดนี้แล้ว ได้แค่ไหนเอาแค่นั้นขอให้ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน

กว่าจะมาเป็นกระเป๋าแบบที่เห็น



กระเป๋า บาจาแบบต่างๆสี่ใบที่ทำออกมาครั้งแรกนั้น สรุปแล้วไม่มีใบไหนที่เหมือนกันกับเวอร์ชั่นสุดท้ายที่ทำออกมาขาย มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขทั้งรูปแบบ ตัวล็อค เข็มขัด หูหิ้ว โดยทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของทีมผู้กำกับที่เข้ามาดูแลการผลิตของแต่ละชิ้น น่าเสียดายที่สุดท้ายกระเป๋าต้นแบบทางบาจาขอคืนไป ไม่เช่นนั้นคงได้เอามาประมูลเพื่อที่นำเงินไปทำบุญกันสนุกแน่แน่


ลาย มือที่เขียนชื่อที่เห็นในกระเป๋าด้านใน เป็นลายมือของน้อยหน่าจริงๆครับ ตอนนั้นจำได้ว่าต้องตามล่าหาลายเซ็นต์กันค่อนข้างลำบาก เพราะเป็นช่วงที่ดารา-ผู้กำกับเดินสายโปรโมทหนังตามประเทศต่างต่าง

แผนที่, Bus Box, ถุงของเล่น


ตอน แรกเจ้าแผนที่จะทำเป็นสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นแผนที่ ส่วนอีกด้านจะเป็นเกมลูกเต๋า งูตกบันได โดยตัวเดินจะเป็นรูปตุ๊กตาตัวละคร ในส่วนของแผนที่นั้น ทางพวกเราได้ร่างแบบไปให้ทางทีมผู้กำกับดู โดยมานั่งเก็บรายละเอียดว่าเวลาไปโรงเรียนใครขึ้นรถทางไหน ข้ามสะพานตรงไหน เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวากันตรงไหนบ้าง ทางลัดที่ลงเขาอยู่ตรงไหน รวมทั้งกำหนดบ้านตัวละครแต่ละหลังด้วยว่าจะอยู่ตรงตำแหน่งใด ไปเล่นฟุตบอลต้องขี่จักรยานไป ข้ามทางรถไฟ แล้วเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวากันอย่างไรบ้าง แผนที่เป็นหนึ่งในของที่เราทำไปให้ทีมผู้กำกับดูตั้งแต่เจอกันครั้งแรก โชคดีมากที่แทบไม่มีการแก้ไขใดใดเลย หลังจากที่ผู้กำกับช่วยกันนั่งนึกทบทวนกับฉากที่ปรากฏในหนัง

ที่น่า เสียดายที่สุดก็คืออีกด้านหนึ่งของแผนที่ ซึ่งควรจะเป็นเกม แต่ต้องยกเลิกด้วยเหตุผลที่ว่า หาคนปั้นรูปตัวละครโดยเฉพาะน้องโฟกัสออกมาให้ถูกใจไม่ได้ พวกเราไปจ้างหลายที่ปั้นแต่ออกมาไม่ถูกใจ สุดท้ายด้วยเงื่อนไขของเวลา เราจึงต้องยกเลิกไป เมื่อไม่มีตุ๊กตาเราจึงเปลี่ยนมาเป็นแม่เหล็กติดตู้เย็นแทน ตอนแรกจะเอาตราโรงเรียนที่ไปถ่ายทำกันจริงๆมาใช้ แต่ด้วยเหตุผลของความเหมาะสมจึงออกแบบใหม่ตามที่เห็นกัน

ของชิ้น หนึ่งที่ต้องมีใส่ในชุดนี้ด้วยนั่นก็คือดอกกุหลาบ เพราะซีนยื่นดอกกุหลาบเป็นซีนที่หลายต่อหลายคนประทับใจ เริ่มแรกสุดเราต้องการเอาดอกกุหลาบจริงมาทำเป็นดอกไม้แห้ง มีการลองซื้อดอกกุหลาบมาตากแดดบ้าง มาทับในสมุดโทรศัพท์บ้าง รวมทั้งเอาเข้าเตาอบ เพื่อที่จะดูว่าวิธีไหนจะทำให้กุหลาบยังคงสีที่สวยงามได้อยู่เหมือนเดิม แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกเพราะสภาพของกระเป๋านักเรียนไม่เอื้ออำนวยให้ใส่ของ ที่บอบบางอย่างดอกไม้แห้ง

ทางเลือกที่สองก็คือนำดอกกุหลาบมาแล้วเทเร ซิ่นทับ วิธีนี้ดูเหมือนจะดี แต่พอเจอราคาเรซิ่นเข้าไปก็ต้องถอย จนสุดท้ายกุหลาบก็อยู่ในชุดนี้เพียงแต่แปรสภาพมาเป็นส้อมจิ้มผลไม้ที่มี สัญญลักษณ์เป็นรูปดอกกุหลาบ

ตอนที่เราคิดทำชุดนี้ขึ้นมา มีการระดมความคิดว่าของทั้งหมดควรจะอยู่ในกระเป๋า หรือควรจะมีบางชิ้นที่นำออกมาโชว์ข้างนอกได้ด้วย เสียงข้างมากอยากให้มีอะไรมาวางข้างนอกได้ด้วย ตอนแรกจะเป็นกุหลาบในเรซิ่นแต่พอไม่ใช่ก็เลยเอารถโรงเรียนมาแทน โดยออกแบบมาเพื่อพับเป็นรถได้จริงๆเพื่อวางโชว์กับตัวกระเป๋า

วีซีดีและพัสดุไปรษณีย์

เนื่อง จากผู้ที่ได้ลิขสิทธิ์ดีวีดีไป ไม่ยินยอมให้เราเอาเบื้องหลังการถ่ายทำมาทำเป็นแผ่น Special Feature ที่เราพอจะทำได้ก็คือเอาวีซีดีที่ทีมผู้สร้างไปโปรโมทหนังณ ประเทศต่างต่างมาให้ดูแทน น่าเสียดายจริงๆที่คนที่ซื้อไม่ได้เห็นเบื้องหลังมากกว่านี้

ด้านล่างนี่คือสปอยของกล่องไปรษณีย์

Show ▼

Film Mount



นี่ คือของที่ทำยากที่สุดในชุด เริ่มจากเอา film reel มานั่งคัดทีละซีน แยกซีนออกเป็นเกรดเอ-บี-ซี จากนั้นก็ตัดฟิล์มใส่กล่องแยกไว้ เวลาแปะ ต้องมานั่งเล็งปะกันทีละฟิล์ม รีบทำก็ไม่ได้ไม่เช่นนั้นฟิล์มจะเบี้ยว นั่งทำทั้งคืน ได้น้องน้องไทยดีวีดีแก๊งค์วันเสาร์มาช่วยทำร่วมสิบคน ทำตั้งแต่หัวค่ำถึงเก้าโมงเช้า เพิ่งจะได้แค่ไม่ถึงสองร้อยชุดในคืนแรก คิดดูละกันว่าคนทำสิบกว่าคนทำกันทั้งคืนยังทำได้แค่นี้ กว่าจะทำเสร็จหนึ่งใบใช้เวลาเท่าไหร่

สมุดและหนังสือ



สมุด การบ้านถือเป็นของชิ้นที่สำคัญที่สุดในกระเป๋าใบนี้ มีทั้งเรื่องสั้นที่เป็นแรงบันดาลใจ ทั้งบทภาพยนตร์เริ่มแรก การออกแบบให้ออกมาในรูปแบบสมุดการบ้านจึงได้รับความเห็นชอบทั้งพวกเราและทีม ผู้กำกับ


ในการพูดคุยถึงของที่จะใส่ไว้ในชุดนี้ เราอยากให้ทางคุณเก้งได้พูดถึงลูกศิษย์ทั้งหกคน การทำออกมาในรูปแบบสมุดพกจึงดูลงตัวที่สุด

ไดอารี่ “ความทรงจำไม่มีวันจาง” เป็นของชิ้นสุดท้ายที่ทำเสร็จ เพราะทางทีมผู้กำกับให้ความพิถีพิถันเป็นอย่างมาก มานั่งควบคุมการเลือกภาพและการออกแบบเลย์เอาท์ด้วยตัวเอง เรียกได้ว่าหนังสืออกจากโรงพิมพ์ในตอนหัวค่ำคืนก่อนที่จะถึงกำหนดส่งเลยที เดียว

โปสการ์ดนั้นมีการระดมความคิดว่าจะใส่แพ็คเกจเป็นอะไรดี มีการเสนอๆหลายๆทางเลือก แต่สุดท้ายก็มาลงตัวที่ซองแต่งงานของน้อยหน่า

เรียบเรียงโดยพี่เต่า Mikroski ที่เคารพ

Written by PiLenz

May 22nd, 2008 at 3:58 pm

Posted in

Leave a Reply