<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>The PilenZ &#187; Tennis</title>
	<atom:link href="http://www.pilenz.com/blog/category/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.pilenz.com/blog</link>
	<description>Pilenz² - ดินแดนพิศดาร</description>
	<lastBuildDate>Sat, 02 Jan 2010 16:58:23 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Nike Dri-Fit Bandana</title>
		<link>http://www.pilenz.com/blog/2008/07/21/nike-dri-fit-bandana/</link>
		<comments>http://www.pilenz.com/blog/2008/07/21/nike-dri-fit-bandana/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Jul 2008 15:12:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PiLenz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Tennis]]></category>
		<category><![CDATA[bandana]]></category>
		<category><![CDATA[dri-fit]]></category>
		<category><![CDATA[nike]]></category>
		<category><![CDATA[tennis]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pilenz.com/blog/?p=1405</guid>
		<description><![CDATA[ส่ง Link Item จาก tenniswerehouse ฝากคุณเพื่อนซื้อ ที่ฝรั่งเศส พอดีมันไปทำธุระตรงช่วงเวลามีแข่ง French Open พอดี เมื่อวานเพิ่งเจอมันเลยได้ของ เห็นมันบอกว่าหายากเหมือนกันผืนนี้ได้มาจาก Nike Shop ตรง ญอง เอริเซ่ เลย  เหลือในร้านแค่สีลายๆกับดำ สีดำก็lเหลืออยู่แค่ผืนเดียว ราคา 9 € มันบอกว่า &#8220;หรูหราจริงนะมึง&#8221; ก็มันไปปารีสทั้งทีไม่รู้จะฝากอะไรเลยลองฝากดูเพื่อได้ จะให้ฝากซื้ออย่างอื่นก็ไม่ไหวของที่ปารีสราคาแพงๆทั้งนั้น
ข้อมูลจาก TW
Nike Dri-Fit Swoosh Bandana Price: 12.00
 These popular Dri-FIT Swoosh Bandanas will keep the sweat out of your eyes so you can focus on your game. 22&#8243; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ส่ง Link Item จาก <a href="http://www.tennis-warehouse.com/descpageNIKE-NMDFSB.html" target="_blank">tenniswerehouse</a> ฝากคุณเพื่อนซื้อ ที่ฝรั่งเศส พอดีมันไปทำธุระตรงช่วงเวลามีแข่ง French Open พอดี เมื่อวานเพิ่งเจอมันเลยได้ของ เห็นมันบอกว่าหายากเหมือนกันผืนนี้ได้มาจาก Nike Shop ตรง ญอง เอริเซ่ เลย  เหลือในร้านแค่สีลายๆกับดำ สีดำก็lเหลืออยู่แค่ผืนเดียว ราคา 9 € มันบอกว่า &#8220;หรูหราจริงนะมึง&#8221; ก็มันไปปารีสทั้งทีไม่รู้จะฝากอะไรเลยลองฝากดูเพื่อได้ จะให้ฝากซื้ออย่างอื่นก็ไม่ไหวของที่ปารีสราคาแพงๆทั้งนั้น</p>
<p>ข้อมูลจาก TW</p>
<p><span style="color: #000066;"><strong>Nike Dri-Fit Swoosh Bandana </strong></span><span style="color: #000066;"><strong>Price: 12.00</strong></span></p>
<p><span style="font-size: xx-small;"><strong> These popular Dri-FIT Swoosh Bandanas will keep the sweat out of your eyes so you can focus on your game. 22&#8243; x 22&#8243; </strong></span></p>
<ul><span style="font-size: xx-small;"></p>
<li><strong>Content:</strong> 62% Cotton, 30% Polyester, 8% Elastane</li>
<li><strong>Colors:</strong> Black</li>
<li><strong>Sizes:</strong> One Size Fits Most</li>
<p></span></ul>
<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/07/nike-ban2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1459" title="nike-ban2" src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/07/nike-ban2.jpg" alt="" width="500" height="500" /></a></p>
<p>Nike Bandana คือ ผ้าพาดหัว แบบที่ โมย่า นาดาล เฟดเอ๊กซ์ ใช้ประจำตามรูปด้านบน ถามว่าดีอย่างไง ผมเหงื่อเยอะ เวลาเข้าตามันแสบ ของ Nike มันเป็นผ้า Dri-Fit ระบายน้ำได้เร็วและสวมใส่สบาย ถามว่า ทำไมไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้า ตอบว่า ถ้าพกไปก็ใช้ไม่มีก็ไม่ใช้ ไอ้ Dri-Fit นี่มันแดกน้ำได้เยอะกว่า เท่ห์กว่า และเป็นความชอบส่วนตัว จำเป็นมั้ย ไม่จำเป็นแต่ถ้ามีขายในบ้านเรา ผมคิดว่าก็ขายได้ บ้านเราอากาศร้อนชื้น เหงื่อออกเยอะ ลองแกะดู made in china แฮะ จับเจ้าผ้าผืนนี้ยัดใส่กบาล แล้วเออเนื้อผ้ามันกระชับกบาลดีจริงๆ  น่าจะเหมาะสมกับกีฬาหลายๆประเภทนอกจากเทนนิสด้วยซ้ำไป</p>
<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/07/ban1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1465" title="ban1" src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/07/ban1.jpg" alt="" width="500" height="500" /></a></p>
<p>ก็ไม่ได้มีอะไรนักหรอก แค่ฝากมันไปเล่นๆแต่ดันได้มาจริงๆ เคยลองฝากคนไปหาที่ประเทศ จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ดูไบ แล้วไม่ได้สักที เคยคิดจะ ship มาจาก ebay หรือ tw แต่ไม่ไหวค่าส่งแพงมาก คือ ไอ้อุปกรณ์กีฬาเทนนิสที่มันหายากๆเนี่ย จะมีขายที่ประเทศ อเมริกา กับ ญี่ปุ่น ล่ะครับ เพราะตลาดของเทนนิสใหญ่ๆอยู่ที่อเมริกา ส่วนญี่ปุ่นนั้นมีทุกอย่าง ส่วนบ้านเราแค่กันกระแทกหัวไม้ หรือตาไก่ของบางยี่ห้อ (grommet) ยังไม่นำเข้าเลย</p>
<p>บ่นต่อ ไม่ได้เล่นเทนนิสมานานมาก ล่าสุดขับอีแก่ไปตั้งไกล พอจอดรถหน้าคอร์ทฝนแม่งตกซู่เลย เสียดายน้ำมันชิบปุ้ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pilenz.com/blog/2008/07/21/nike-dri-fit-bandana/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใกล้เน่าอีกคู่</title>
		<link>http://www.pilenz.com/blog/2008/06/11/time2changemyshoe/</link>
		<comments>http://www.pilenz.com/blog/2008/06/11/time2changemyshoe/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jun 2008 04:02:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PiLenz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Tennis]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าเทนนิส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pilenz.com/blog/?p=1370</guid>
		<description><![CDATA[
ฝนตกมาเกือบทุกวัน ร่วมสองเดือน ผมเลยไม่ได้เล่นเทนนิสเลยนะเนี่ย เมื่อวันก่อนหยิบรองเท้ามาถ่ายรูปเล่น เพิ่งเห็นว่าส้นมันเป็นแบบนี้ กาวมันเสื่อมใกล้เปิดเต็มที่ จริงๆพื้นก็สึกไปเยอะแล้ว Fila Punto รุ่นนี้ ซื้อมาจากงาน thailand open ปีกลาย อ่านในเวบฝรั่งก็บอกว่าไม่ทน แต่ผมว่ามันสวยดีใส่แล้วกระชับ ไม่หนักมาก ใส่แล้วเหมือนจะตัวเราจะเอียงไปด้านหน้าเล็กน้อย ผมว่าเหมาะกับพวก sprint พุ่งไปเล่นหน้าเนทนะ แต่ถ้าใช้ 6-7 เดือนแล้วมันไม่ทน ก็ไม่ไหวหรอก อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนในรถที่ทำให้มันเสื่อมไวขนาดนี้ แต่ adidas ของเพื่อนเราก็ยัดไว้ท้ายรถตลอดกาล ปีกว่า ยังไม่เสื่อมแบบนี้เลย สงสัยต้องเปลี่ยนมาใช้ nike , adidas บ้างล่ะ เพิ่งรู้ว่า Fila สนับสนุนวง groove rider น่ะเนี่ย มีสินค้า GR limited edition หลายตัวเลย อ่านจาก brandage เล่มใหม่ตะกี้เอง
อีกไม่นานก็คงต้องหาคู่ใหม่แล้วสินะ ช่วงนี้ยิ่งกร๊อบ กรอบ อยู่แท้ๆ เฮ้ออออ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/06/brrr1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1372" title="brrr1" src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/06/brrr1.jpg" alt="" width="375" height="500" /></a></p>
<p>ฝนตกมาเกือบทุกวัน ร่วมสองเดือน ผมเลยไม่ได้เล่นเทนนิสเลยนะเนี่ย เมื่อวันก่อนหยิบรองเท้ามาถ่ายรูปเล่น เพิ่งเห็นว่าส้นมันเป็นแบบนี้ กาวมันเสื่อมใกล้เปิดเต็มที่ จริงๆพื้นก็สึกไปเยอะแล้ว Fila Punto รุ่นนี้ ซื้อมาจากงาน <a href="http://www.pilenz.com/blog/2007/09/30/thailandopen2007_final/" target="_blank">thailand open</a> ปีกลาย อ่านในเวบฝรั่งก็บอกว่าไม่ทน แต่ผมว่ามันสวยดีใส่แล้วกระชับ ไม่หนักมาก ใส่แล้วเหมือนจะตัวเราจะเอียงไปด้านหน้าเล็กน้อย ผมว่าเหมาะกับพวก sprint พุ่งไปเล่นหน้าเนทนะ แต่ถ้าใช้ 6-7 เดือนแล้วมันไม่ทน ก็ไม่ไหวหรอก อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนในรถที่ทำให้มันเสื่อมไวขนาดนี้ แต่ adidas ของเพื่อนเราก็ยัดไว้ท้ายรถตลอดกาล ปีกว่า ยังไม่เสื่อมแบบนี้เลย สงสัยต้องเปลี่ยนมาใช้ nike , adidas บ้างล่ะ เพิ่งรู้ว่า Fila สนับสนุนวง groove rider น่ะเนี่ย มีสินค้า GR limited edition หลายตัวเลย อ่านจาก brandage เล่มใหม่ตะกี้เอง</p>
<p>อีกไม่นานก็คงต้องหาคู่ใหม่แล้วสินะ ช่วงนี้ยิ่งกร๊อบ กรอบ อยู่แท้ๆ เฮ้ออออ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pilenz.com/blog/2008/06/11/time2changemyshoe/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Inner game of tennis</title>
		<link>http://www.pilenz.com/blog/2008/05/20/the-inner-game-of-tennis/</link>
		<comments>http://www.pilenz.com/blog/2008/05/20/the-inner-game-of-tennis/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 May 2008 14:43:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PiLenz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Book&Mail]]></category>
		<category><![CDATA[Tennis]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[the inner game of tennis]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pilenz.com/blog/?p=1287</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ได้หนังสือ &#8220;The inner game of tennis&#8221; มาจาก b2s sale ที่ central world เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลด 50% จาก 695 เหลือ 347 บาท ผมเห็นเหลืออยู่้สองเล่มนะ ที่ลานใกล้ iberry ราคานี้ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับ Harry Potter แต่หนังสือออกจะเ่ก่าไปนิดหน่อย (นำเข้ามาปี 2004) ฉบับนี้เป็น revised edition หรือฉบับปรับปรุงให้ ซึ่งต้นฉบับแรกนั้นแกเขียนในปี 1972 โน่น เปิดมาหน้าแรกๆ เจอคำคมเลย
&#8220;What is the real game?
It is a game in which the heart is entertained,
the game in which you [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันเสาร์ได้หนังสือ &#8220;The inner game of tennis&#8221; มาจาก b2s sale ที่ central world เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลด 50% จาก 695 เหลือ 347 บาท ผมเห็นเหลืออยู่้สองเล่มนะ ที่ลานใกล้ iberry ราคานี้ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับ Harry Potter แต่หนังสือออกจะเ่ก่าไปนิดหน่อย (นำเข้ามาปี 2004) ฉบับนี้เป็น revised edition หรือฉบับปรับปรุงให้ ซึ่งต้นฉบับแรกนั้นแกเขียนในปี 1972 โน่น เปิดมาหน้าแรกๆ เจอคำคมเลย</p>
<blockquote><p>&#8220;What is the real game?</p>
<p>It is a game in which the heart is entertained,</p>
<p>the game in which you are entertained.</p>
<p>It is the game you will win.&#8221;</p>
<p>MAHARAJI</p></blockquote>
<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/05/innergame.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1288" title="innergame" src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/05/innergame.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a></p>
<p>ใครอยากจะลองอ่านตัวอย่าง ก็ให้เอาชื่อหนังสือไปค้นหาใน AMAZON.COM นะครับ เขามีตย.ให้อ่านหลายหน้าอยู่ The inner game of tennis แต่งโดย timothy gallwey หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง ในการเล่นหรือแข่งขันกีฬาเทนนิส จะมีเกมส์ 2 เกมส์ เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ outer game การแข่งกับฝั่งตรงข้าม และ inner game ก็คือ สภาพภายในจิตใจของผู้เล่นนั่นเอง  อ่่านไปสอง chapter บลาๆๆ หมดแรง หมอนเริ่มเป็นมิตรกับกบาลเลยหยุดอ่าน เข้าใจว่าเป็นหนังสือจิตวิทยาความสำเร็จในเชิงกีฬาเทนนิสนะครับ เน้นการจัดการความคิดให้เกิดเป็นพลังและแง่บวก แต่ผมคิดว่าสามารถประยุกต์ใช้ในการงานอื่นก็เป็นได้ ไว้อ่านจบแล้วจะโม้ให้ฟังทีหลังล่ะกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pilenz.com/blog/2008/05/20/the-inner-game-of-tennis/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลูบคลำ KBlade</title>
		<link>http://www.pilenz.com/blog/2008/04/18/kblade/</link>
		<comments>http://www.pilenz.com/blog/2008/04/18/kblade/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2008 03:12:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PiLenz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Tennis]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้เทนนิส]]></category>
		<category><![CDATA[kblade]]></category>
		<category><![CDATA[wilson]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pilenz.com/blog/?p=1230</guid>
		<description><![CDATA[วันหยุดสงกราต์ไป CTW แล้วแวะไป super sport ดูสักหน่อย เจอ Kblade แขวนไว้ 2 รุ่น คือรุ่นธรรมดา หน้าไม้ 98 และรุ่น tour หน้าไม้ 93 ทั้งคู่สวยงามมากๆ โดยราคาลดแล้วอยู่ที่ 7500 และ 8500 ..

ข้อสังเกตุของไม้ยี่ห้อนี้ คือ งาน paint job หรือการลงสีไม้นั่นเอง ถ้าเป็นไม้ tour หรือไม้ที่ series สูงกว่า เค้าจะ paint สีแบบด้านๆ อย่าง K 6.1 Tour 90 ของเฮียเทพ fed x ก็ใช้สีขาวด้านๆเหมือนกัน ผมลองลูบๆ จับๆ ยกๆ ดู สีแบบด้านๆ จะให้ความรู้สึกของความอยากได้มันมาเป็นเจ้าของมากกว่าพวกที่ลงสีแบบมันๆเคลือบๆ เยอะเลยแฮะ ผมเห็น K [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันหยุดสงกราต์ไป CTW แล้วแวะไป super sport ดูสักหน่อย เจอ Kblade แขวนไว้ 2 รุ่น คือรุ่นธรรมดา หน้าไม้ 98 และรุ่น tour หน้าไม้ 93 ทั้งคู่สวยงามมากๆ โดยราคาลดแล้วอยู่ที่ 7500 และ 8500 ..</p>
<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/04/2kblade.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1231" title="2kblade" src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/04/2kblade.jpg" alt="" width="500" height="438" /></a></p>
<p>ข้อสังเกตุของไม้ยี่ห้อนี้ คือ งาน paint job หรือการลงสีไม้นั่นเอง ถ้าเป็นไม้ tour หรือไม้ที่ series สูงกว่า เค้าจะ paint สีแบบด้านๆ อย่าง K 6.1 Tour 90 ของเฮียเทพ fed x ก็ใช้สีขาวด้านๆเหมือนกัน ผมลองลูบๆ จับๆ ยกๆ ดู สีแบบด้านๆ จะให้ความรู้สึกของความอยากได้มันมาเป็นเจ้าของมากกว่าพวกที่ลงสีแบบมันๆเคลือบๆ เยอะเลยแฮะ ผมเห็น K 6.1 Tour 90 ราคา sale 5500 นะ ใครกำลังจะสอยไม้ใหม่ไปเดินดูได้นะครับ ยอมรับตรงๆ KBlade Tour นี่สุดยอด แห่งความงามเลยนะ</p>
<p>ปล. ไม่ได้เล่นเทนนิสมาสองอาทิตย์ เพราะร้อนเกินไป ใครมีคอร์ทติดแอร์แนะนำด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pilenz.com/blog/2008/04/18/kblade/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Yonex Super Grap</title>
		<link>http://www.pilenz.com/blog/2008/03/30/yonex-super-grap/</link>
		<comments>http://www.pilenz.com/blog/2008/03/30/yonex-super-grap/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Mar 2008 14:23:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PiLenz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Tennis]]></category>
		<category><![CDATA[grip]]></category>
		<category><![CDATA[tennis]]></category>
		<category><![CDATA[yonex super grap]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pilenz.com/blog/?p=1125</guid>
		<description><![CDATA[
Grip ที่ขายๆกันในร้านรวงต่างๆ มักจะมี 2 ประเภทนะ
1. Replacement Grips
กริ้ปประเภทนี้แพงและมักจะทำจากหนัง และมีกาวไว้พันด้ามไม้เทนนิส โดยมากมักจะใช้พันแทนกริ้ปดั้งเดิมที่ติดไม้
2. Over Grips
เป็นกรี้ปประเภทไว้พันทับอีกที เป็นพวกวัตถุสังเคราะห์ ที่มีความนิ่ม ยืดหยุ่นและซึบเหงื่อได้ดี
โดยมากคนที่เล่นเทนนสิสจะใช้ Over Grip พันทับกรี้บดั้งเดิมเพราะเราไม่อยากให้กรี้บดั้งเดิมมันพัง เหงื่อจากฝ่ามือมันซึมไปในวัตถุที่ทำด้วยหนัง นานๆไปแล้วก็จะเหม็น ลื่น และอาจจะเป็นแหล่งกำเนิดเชื้อราได้ ในความคิดของผมการเก็บรักษากรี้ปดั้งเดิมให้ไม่พังไปจะทำให้ไม้มีคุณค่าดีนะ Yonex: Super Grap เป็น overgrip ที่ผมใช้บ่อยที่สุดเพราะ ราคาไม่แพงมาก 156 บาท ได้ 3 ชิ้น ของ Yonex ยาว,ทนทานดี หาซื้อง่ายและมีสีให้เลือกมากมาย ยอมรับว่าสีขาวพันกับไม้อะไรก็ดูสวยงามทั้งนั้น แต่มันจะดำไวทำให้สกปรกเหลือเกิน ตัวนี้เมื่อเทียบกับ Wilson Pro Overgrip ที่เคยใช้แล้ว ผมกลับชอบของ Wilson มากกว่า แต่ wilson ดำง่ายกว่า,แพงกว่า และผมหาซื้อได้ยากกว่าเยอะ ตอนนี้ผมเลยใช้รุ่นนี้เท่านั้น หาสีดำไม่ค่อยเจอเลยใช้แต่สีขาว เดือนนึงเปลี่ยนครั้งนึงเป็นมาตราฐาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/03/yonex-super-grap.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1127" title="yonex-super-grap" src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2008/03/yonex-super-grap.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a></p>
<p>Grip ที่ขายๆกันในร้านรวงต่างๆ มักจะมี 2 ประเภทนะ</p>
<p>1. Replacement Grips</p>
<p>กริ้ปประเภทนี้แพงและมักจะทำจากหนัง และมีกาวไว้พันด้ามไม้เทนนิส โดยมากมักจะใช้พันแทนกริ้ปดั้งเดิมที่ติดไม้</p>
<p>2. Over Grips</p>
<p>เป็นกรี้ปประเภทไว้พันทับอีกที เป็นพวกวัตถุสังเคราะห์ ที่มีความนิ่ม ยืดหยุ่นและซึบเหงื่อได้ดี</p>
<p>โดยมากคนที่เล่นเทนนสิสจะใช้ Over Grip พันทับกรี้บดั้งเดิมเพราะเราไม่อยากให้กรี้บดั้งเดิมมันพัง เหงื่อจากฝ่ามือมันซึมไปในวัตถุที่ทำด้วยหนัง นานๆไปแล้วก็จะเหม็น ลื่น และอาจจะเป็นแหล่งกำเนิดเชื้อราได้ ในความคิดของผมการเก็บรักษากรี้ปดั้งเดิมให้ไม่พังไปจะทำให้ไม้มีคุณค่าดีนะ Yonex: Super Grap เป็น overgrip ที่ผมใช้บ่อยที่สุดเพราะ ราคาไม่แพงมาก 156 บาท ได้ 3 ชิ้น ของ Yonex ยาว,ทนทานดี หาซื้อง่ายและมีสีให้เลือกมากมาย ยอมรับว่าสีขาวพันกับไม้อะไรก็ดูสวยงามทั้งนั้น แต่มันจะดำไวทำให้สกปรกเหลือเกิน ตัวนี้เมื่อเทียบกับ Wilson Pro Overgrip ที่เคยใช้แล้ว ผมกลับชอบของ Wilson มากกว่า แต่ wilson ดำง่ายกว่า,แพงกว่า และผมหาซื้อได้ยากกว่าเยอะ ตอนนี้ผมเลยใช้รุ่นนี้เท่านั้น หาสีดำไม่ค่อยเจอเลยใช้แต่สีขาว เดือนนึงเปลี่ยนครั้งนึงเป็นมาตราฐาน โชคดีกว่าพวกที่เหงื่ออกที่มือเยอะๆนะ เพื่อนผมคนนึงเป็นพวกเหงื่ออกที่มือเยอะเล่นไม่นานเหงื่อเต็มกริ้ปเลย ไม้มันหลุดจากมือบ่อยมาก จนไม่เข้าใจว่าทำไมมันไม่ยอมใส่ใจพวกนี้เท่าไหร่ นานๆทีก็ขอกรี้ปผมไปพันไป ปีที่ผ่านซื้อมาหลาย pack ล่ะ ใช้เอง 3 ต่อ 1 ได้มั้ง .. เห็น super grap วางอยู่หน้าโต๊ะคอมก็เลย เขียนถึงมันหน่อยล่ะกัน เพื่อซักวันนึง Yonex จะส่งผลิตภัณฑ์ในการใช้ฟรีๆ บ้าง ก็เขียนถึงหลายอย่างแล้วนะ ฮ่าๆๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pilenz.com/blog/2008/03/30/yonex-super-grap/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ่าน Spec ข้างไม้</title>
		<link>http://www.pilenz.com/blog/2008/03/17/rec-spec/</link>
		<comments>http://www.pilenz.com/blog/2008/03/17/rec-spec/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Mar 2008 17:20:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PiLenz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Tennis]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้เทนนิส]]></category>
		<category><![CDATA[spec]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pilenz.com/blog/2008/03/17/rec-spec/</guid>
		<description><![CDATA[เริ่มเขียน &#8220;อ่าน Spec ข้างไม้เทนนิส&#8221; ไว้นานมากแล้ว แต่เพิ่งเขียนจบเมื่อวานเพราะไม่มีอะไร update ในหมวด tennis นานแล้ว เลยปั่นๆให้มันจบๆไป ไม่รู้จะมีประโยชน์หรือเปล่า แต่เอาน่ะ มันส์ๆ
1. น้ำหนัก จะมีทั้งหน่วย ออนซ์ และ กรัม ข้างไม้จะระบุน้ำหนักไม่รวมเอ็น (unstrang) ผมว่าประมาณ 290-320 กรัม นี่โอเคนะ
 
2. หน้าไม้ ปัจจุบันก็มีตั้งแต่ 90-120 ตารางนิ้ว หน้าไม้เล็ก sweet spot ก็เล็กตาม ตียากแต่ได้เรื่อง control ข้อนี้แล้วแต่ชอบล่ะกัน ขนาดอากัสซี่ยังใช้ Over Size เลย ผมเคยตี หน้าไม้ 110 ผมว่ามันเทอะทะไป
3. ความยาว ไม้ทั่วไปจะยาว 27 นิ้ว ไม้บางรุ่นจะยาว 27.5 นิ้ว เหมาะกับพวกตีแบกแฮนด์สองมือ และมักจะมีคำว่า Plus [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เริ่มเขียน &#8220;อ่าน Spec ข้างไม้เทนนิส&#8221; ไว้นานมากแล้ว แต่เพิ่งเขียนจบเมื่อวานเพราะไม่มีอะไร update ในหมวด tennis นานแล้ว เลยปั่นๆให้มันจบๆไป ไม่รู้จะมีประโยชน์หรือเปล่า แต่เอาน่ะ มันส์ๆ</p>
<p>1. น้ำหนัก จะมีทั้งหน่วย ออนซ์ และ กรัม ข้างไม้จะระบุน้ำหนักไม่รวมเอ็น (unstrang) ผมว่าประมาณ 290-320 กรัม นี่โอเคนะ</p>
<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/tenniszz.jpg" title="tenniszz.jpg"><img src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/tenniszz.jpg" alt="tenniszz.jpg" /> </a></p>
<p>2. หน้าไม้ ปัจจุบันก็มีตั้งแต่ 90-120 ตารางนิ้ว หน้าไม้เล็ก sweet spot ก็เล็กตาม ตียากแต่ได้เรื่อง control ข้อนี้แล้วแต่ชอบล่ะกัน ขนาดอากัสซี่ยังใช้ Over Size เลย ผมเคยตี หน้าไม้ 110 ผมว่ามันเทอะทะไป</p>
<p>3. ความยาว ไม้ทั่วไปจะยาว 27 นิ้ว ไม้บางรุ่นจะยาว 27.5 นิ้ว เหมาะกับพวกตีแบกแฮนด์สองมือ และมักจะมีคำว่า Plus ต่อท้ายรุ่นเพื่อจะได้เข้าใจง่าย ความยาวมีผลต่อ balance นะ</p>
<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/big_tenniskarakalfs.jpg" title="big_tenniskarakalfs.jpg"><img src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/big_tenniskarakalfs.jpg" alt="big_tenniskarakalfs.jpg" /></a></p>
<p>4. สมดุลไม้ balance มัพวก Head Light หรือ Head Heavy ในเวบจะบอกเป็น pt เช่น 8 pt hl คือ ไม้หัวเบา 8 pt คือสมดุลมาทางด้านกริป 8 pt ซึ่ง 1 pt เท่า 1/8 นิ้ว สรุปสมดุลของไม้นี้ คือวัดจากกลางไม้ค่อนมาทางด้านจับ 1 นิ้ว</p>
<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/balance.jpg" title="balance.jpg"><img src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/balance.jpg" alt="balance.jpg" /></a></p>
<p>5. String Pattern ก็ รูปแบบของเอ็น บอกเป้น เส้นตั้งxเส้นนอน ปกติเส้นตั้งจะ 16 เส้นนอนก็ 18 หรือ 19 จะมีบางรุ่นเป็น 18&#215;20 เช่น head radical เอ็นที่ขึ้นถี่กว่า ก็ได้ลุกสปินและ control แต่เค้าว่าตียาก ออกแรงเยอะ อันนี้ก็แล้วแต่</p>
<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/rdx5001619.jpg" title="rdx5001619.jpg"><img src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/rdx5001619.jpg" alt="rdx5001619.jpg" /></a></p>
<p>6. ขนาดกริป อันนี้สำคัญนะ กริปที่ใหญ่ไปเล็กไป อาจจะทำให้ตีไม่สนุกหรือเจ็บมือได้ วิธีวัดก็ตามรูปให้เอานิ้วชี้มาทาบระหว่างอุ้งมือพอดีๆ หรือวัดด้วยไม้บรรทัดวัดจากกลางมือไปสุดที่ปลายนิ้วนาง บ้านเรามักขะมีขนาด 4 1/4 กันนะ</p>
<p><a href="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/correctgrip.gif" title="correctgrip.gif"><img src="http://www.pilenz.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/correctgrip.gif" alt="correctgrip.gif" /></a></p>
<p>แนะนำ</p>
<p>เริ่มเล่นเทนนิส  ถ้ามีไม้ของคนอื่นให้ยืมหรือมีไม้เก่าๆ ก็ลองสวิงดูว่า น้ำหนักขนาดนี้พอไหวมั้ย กริปพอดีมั้ยถ้าเล็กไปก็หา Over grip มาพันทับ ผมเลือกไม้ใหม่โดยเทียบ spec ไม้เก่าว่าเป็นอย่างไร แล้วค่อยเอา เทียบ spec ไม้ที่เราจะซื้อ โดยคิดว่าอยากได้อยากลดจุดไหนบ้าง ล่าสุดผมอยากได้น้ำหนักเบาลงนิดหน่อยแต่สมดุลไม้ใกล้ๆเดิม โดยส่วนตัวเคยคิดว่าไม้เทนนิสอะไรก็ตีได้ แต่ตอนเรียนเคยยืมไม้ของมหาลัยมาตี ไม่สามารถตีได้เหมือนที่เคยตีเพราะไม้เป็นอลุมิเนียมป๋องมาก ตีแล้วลูกเด้งๆตลกมากไม่สนุก เวลาซื้อไม้ใหม่ผมเลยต้องศึกษานิดนึง ที่สำคัญช่วงนี้ไม้ปลอมจากประเทศจีนมีมากมาย ให้ระวังไม้ที่ราคาถูกกว่าปกติมากๆนิดนึง</p>
<p>ปล. อ่านไทยรัฐวันนี้เห็นมีงาน sportworld มีไม้ Prince O3 Tour ลดราคาเหลือ 3,400 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนไม้ใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pilenz.com/blog/2008/03/17/rec-spec/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
